5 เคล็ด (ไม่) ลับ สร้างสุขภาพดี ปี 2015

อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ปีใหม่แล้วนะครับ หนุ่มๆ คนไหนที่เคร่งเครียดกับการทำงานหนักมาตลอดทั้งปี ละเลยไม่ดูแลตัวเอง ในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงอย่าลืมใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้นโดยเริ่มต้นดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจกันอย่างจริงจัง จะได้มีสุขภาพดีตลอดปีและตลอดไป

1.กินอาหารดีมีประโยชน์ ในปีที่ผ่านมาหนุ่มๆ คนไหน กินตามใจปาก เที่ยวดึก นอนไม่เป็นเวลา ในปี 2015 ควรเริ่มหันมาดูแลตัวเองตั้งแต่ต้นปี โดยเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารเค็มจัด หวานจัด และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ที่สำคัญควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เพราะการดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยในเรื่องระบบการย่อย การดูดซึมสารอาหาร ช่วยขับสารพิษ และดีต่อสุขภาพโดยรวม

2.หมั่นออกกำลังกาย ถึงแม้งานจะยุ่งมากแค่ไหน แต่ยังไงเสียก็อย่าลืมแบ่งเวลามาออกกำลังกายกันบ้างนะครับ อย่างน้อยๆ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ก็ยังดี เพราะการออกกำลังกายนอกจะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงยังช่วยป้องกันโรคร้ายแรงต่างๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน โรคอ้วน และลดความเครียดได้ด้วย

3.ควบคุมน้ำหนักตัว สำหรับหนุ่มๆที่น้ำหนักตัวเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ปีหน้าฟ้าใหม่พยายามควบคุมดูแลน้ำหนักกันนะครับ ลองมองหาอาหารแคลอรี่ต่ำ อาทิ เนื้อปลา ผักสด และ ผลไม้ เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยยับยั้งการเกิดโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตัน พร้อมกันนี้สารอาหารในผักและผลไม้ยังช่วยควบคุมความดันเลือดและปริมาณคอเลสเตอรอลได้ กากใยของอาหารเหล่านี้ยังส่งผลดีต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย

4.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รู้หรือไม่ครับ ร่างกายของคนเราควรได้รับการพักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งหากเป็นไปได้ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่มครึ่ง เพราะเวลาดังกล่าวสมองจะหลั่งสารต่างๆ ออกมาฟื้นฟูร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คุณตื่นรับเช้าวันใหม่ด้วยความสดชื่นแจ่มใส มีพลังลุยงานเต็มที่

5.ตรวจสุขภาพประจำปี เชื่อว่าหนุ่มๆหลายคนมักเข้าใจผิดว่า ถ้าร่างกายแข็งแรงก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ เพราะไม่น่าจะมีโรคภัยไข้เจ็บอะไร แต่หารู้ไม่ว่าโรคร้ายบางโรคอาจไม่แสดงอาการจนกว่าวันที่ร่างกายคุณเจ็บป่วย ซึ่งหากตรวจพบก่อนเนิ่นๆ จะช่วยให้รักษาได้ทันทวงที

แค่ 5 ข้อง่าย ถ้าคุณทำได้สุขภาพดีรับปีใหม่แน่นอน ^^

 

แค่ปล่อยวางเสียบ้าง ชีวิตก็เป็นสุข

จะมัวแต่คร่ำเครียดอยู่กับชีวิตให้ตัวเองไม่มีความสุขอยู่ทำไม ปล่อยวางเสียบ้างชีวิตจะได้มีความสุขมากขึ้น
          จากสังคมปัจจุบันที่ดูวุ่นวายและรีบเร่ง ทำให้หลาย ๆ คนต่างใช้ชีวิตกันอย่างจริงจังมากขึ้นจนทำให้เกิดความเครียด ซึ่งบางครั้งความเครียดเหล่านั้นก็เกิดขึ้นจากที่เราเก็บหลายสิ่งหลายอย่างมาคิดมากและคาดหวังไว้มากจนเกินไป ยิ่งแบกไว้นานเท่าไรก็ยิ่งกระทบทั้งต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกาย ซึ่งความเครียดก็กำจัดได้ไม่ยากอย่างที่คิดเลยล่ะ แค่เพียงเราปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ ลง มองข้ามข้อเสียและให้ความสำคัญกับสิ่งดี ๆ อย่างที่เว็บไซต์marcandangel.com  ได้นำวิธีปล่อยวางความเครียดแบบง่าย ๆ มาฝากกัน ใครที่ยังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่กับความเครียดที่ถาโถมเข้ามา ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ด้วยวิธีเหล่านี้ รับรองเลยค่ะว่าคุณจะรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้นอย่างแน่นอนเลย
1. มองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ซะบ้าง แม้สิ่งนั้นไม่ถูกต้องก็ตาม
 เมื่อคุณรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่เล็กน้อยกำลังอยู่ในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ก็อาจจะทำให้คุณรู้สึกเครียดได้ เพราะเราเอาแต่ใส่ใจกับความผิดพลาดเหล่านั้นจนลืมมองถึงหลาย ๆ อย่างที่กำลังไปได้สวย ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีค่ามากกว่าที่คุณจะเอาเวลามาเครียดกับสิ่งผิดพลาดที่อาจส่งผลทำให้คุณท้อถอย ดังนั้น ลองมองข้ามสิ่งผิดพลาดเหล่านั้นไปและขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่ยังเหลืออยู่ดีกว่าค่ะ
2. เลิกเจ้ากี้เจ้าการ
          บางครั้งเพื่อให้สิ่งที่คุณทำประสบความสำเร็จ ก็อาจจะทำให้คุณกลายเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ ออกคำสั่ง และกลายเป็นจอมบงการไปโดยไม่รู้ตัว แต่รู้ไหมว่าบางสิ่งยิ่งเราพยายามบงการให้เป็นไปในทางที่เราต้องการเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้สิ่งที่ทำล้มเหลว และเมื่อคุณไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรก็จะทำให้คุณรู้สึกเครียด และรู้สึกเหมือนไม่มีทางออก ดังนั้นคุณควรจะปล่อยให้เป็นไปในทางที่ควรจะเป็น และยอมรับได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้อาจจะดูเหมือนว่าคุณท้อและยอมแพ้ แต่จริง ๆ แล้วการปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามทางที่เป็นนั้น เป็นทางออกที่ดีที่สุด แถมยังทำให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นอีกด้วย
3. เลิกกังวลในสิ่งที่คนอื่นคิด
          ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะทำทุกสิ่งพอใจทุกคนไปเสียหมด ดังนั้นอย่าไปใส่ใจสิ่งที่คนอื่นคิดดีกว่าค่ะ เพราะยิ่งเราคิดและแคร์ในสิ่งที่คนอื่นคิดมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งทำให้คุณเครียดมากขึ้นเท่านั้นและทำให้คุณไม่สามารถทำในสิ่งที่คุณต้องการได้อย่างเต็มที่ แถมบางครั้งการที่คุณเก็บคำพูด หรือสิ่งที่คนอื่นคิดมาเป็นอารมณ์ หรือมาทำให้คิดมาก ก็อาจจะทำให้สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ล้มเหลวเอาได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นจงใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น มากกว่าจะใช้ชีวิตตามความคิดของคนอื่นดีกว่านะคะ
4. อย่าเสียเวลากับคนผิดคน
          บางคนอาจจะต้องเสียเวลาไปหลายปีให้กับคนที่ไม่เคยให้ความสำคัญหรือให้ความเคารพคุณเลย ซึ่งนั่นทำให้คุณต้องพลาดโอกาสสำคัญหลายอย่างที่ควรจะเป็นของคุณไปอย่างน่าเสียดาย เพราะฉะนั้น หากคุณรู้สึกว่าคนที่คุณกำลังทุ่มเทและใส่ใจอยู่นั้น กำลังทำให้คุณเสียโอกาสและเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ คุณก็ควรที่จะเดินออกมา และเลิกนึกถึงคนเหล่านั้นซะ เอาเวลาที่คุณเคยใช้กับคนผิดคนไปทำอะไรที่สร้างสรรค์และทำให้ตัวเองดีขึ้นจะดีกว่าค่ะ
5. ลืมไปเถอะกับอดีตที่เลวร้าย
          บาดแผลและความทรงจำที่เจ็บปวด เป็นหนึ่งในสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของคุณไม่ก้าวหน้าไปไหน แต่ยังพาลทำให้คุณต้องจมปลักอยู่กับความโศกเศร้า และความเครียดอีกด้วย ซึ่งไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยแม้แต่น้อยที่จะเก็บเอาไว้ คุณควรจะปล่อยวางลงเสีย ทิ้งเอาไว้ข้างหลังแล้วเดินต่อไป หากสิ่งเหล่านั้นคือความผิดพลาดที่คุณไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ ก็ควรจะเปลี่ยนความคิดใหม่ และให้อภัยตัวเองเถอะค่ะ เพื่อที่เราจะได้มีแรงลุกขึ้นเดินต่อไปอีกครั้งหนึ่งไงล่ะ
6. เปิดใจแล้วมองให้กว้างขึ้น
ปัจจุบันนี้อาจจะมีหลายคนที่ตัดสินผู้อื่นเพียงเพราะสิ่งที่เห็น ไม่ใช่ในสิ่งที่เป็น ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลย และยังทำให้หลาย ๆ คนพลาดในสิ่งที่แสนสวยงามไปโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นลองเปิดใจแล้วมองให้กว้างขึ้น เลิกตัดสินคนอื่นจากภายนอกแล้วมองลงไปในจิตใจของพวกเขาจะดีกว่า บางทีคุณอาจจะพบว่าผู้คนและเหตุการณ์ที่ดูเลวร้ายอาจจะดีกว่าที่คิดก็ได้ค่ะ
7. อย่าปล่อยให้ความขัดแย้งบานปลาย
         บางครั้งความเข้าใจผิดกันเพียงเล็กน้อยก็อาจจะบานปลายใหญ่โตได้ถ้าหากปล่อยทิ้งเอาไว้ ทางที่ดีที่สุดคือหากคุณและคนที่คุณรักเกิดการเข้าใจผิดกันเพียงเล็กน้อย ก็อย่าให้สิ่งเหล่านั้นทำให้คุณมองข้ามสิ่งดี ๆ ที่เคยทำมาร่วมกัน เพราะสิ่งดี ๆ เหล่านั้นมีค่าเกินกว่าที่จะสูญเสียไปเพียงเพราะความเข้าใจผิดเล็กน้อย อย่าให้ความคิดผิด ๆ ที่ทำให้คุณและอีกฝ่ายเข้าใจผิดกันกลายเป็นชนวนของจุดจบความสัมพันธ์ค่ะ คงไม่ยากเกินไปถ้าจะเอ่ยคำว่าขอโทษ ใช่ไหมคะ?
8. เคารพตนเองให้มากขึ้น
          ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวคุณ สิ่งที่ไม่ควรขาดหายไปก็คือการเชื่อมั่นในตัวเองและการเคารพตนเอง เพราะถ้าหากเราไม่เชื่อมั่นและเคารพตัวเอง ก็คงจะไม่มีใครเชื่อมั่นใจตัวคุณอย่างแน่นอน คนทั้งโลกอาจจะหันหลังให้คุณได้ แต่คุณไม่ควรหันหลังให้กับตนเอง ดังนั้นจงเชื่อมั่นในตัวเองให้มากที่สุด ให้ความเคารพตนเองให้มากกว่าเดิม แล้วรับรองว่าทุกอย่างก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
9. ไม่มีคำว่าผิดที่ผิดเวลา
          ความคิดที่ว่าสิ่งที่คุณพบเจอช่างเกิดขึ้นผิดที่ ผิดเวลาเสียเหลือเกิน เป็นความคิดที่คุณควรจะโยนทิ้งไปเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาและสถานที่เหล่านั้น ต่างก็มีเหตุผลว่าทำไมถึงได้เกิดขึ้น และไม่ใช่ความผิดพลาดอย่างแน่นอน ดังนั้นหากมีอะไรเกิดขึ้นในเวลาที่คุณไม่คาดคิด อย่าเพิ่งคิดว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ควรเกิดขึ้น แต่ควรจะขอบคุณด้วยซ้ำที่สิ่งเหล่านั้นได้เกิดขึ้น เพราะปัญหาจะทำให้คุณเติบโตขึ้นไปอีกขั้นค่ะ
          เห็นไหมคะว่าการปล่อยวางไม่ยากเย็นเกินความสามารถของเราเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เราต้องเริ่มทำด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนมุมมองความคิดจะยากที่จะทำ แต่ถ้าหากทำได้แล้วรับรองว่าชีวิตของคุณจะเป็นสุข และไม่ต้องมานั่งกังวลกับสิ่งวุ่นวายที่วนเวียนอยู่รอบตัวคุณอย่างแน่นอนค่ะ

10 ข้อดีของผู้หญิงเล่นกล้าม ขอคอนเฟิร์มเลยว่าเริดจริง !

เทรนด์ของสาวหุ่นดีมีกล้ามในบ้านเราเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้หญิงสมัยนี้หันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น จึงไม่แปลกถ้ามองไปรอบ ๆ ตัวแล้วจะพบว่ามีผู้หญิงหุ่นดีมากกว่าผู้หญิงอ้วน

 

                การยกเวท และยกดัมเบลดูเป็นเรื่องแมน ๆ ที่เหมาะกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงบอบบางอย่างเรา แต่ใครจะรู้ว่าถ้าผู้หญิงเราลองลุกขึ้นมาฟิตกล้ามบ้างเนี่ยก็มีเสน่ห์ชวนมองมิใช่เล่นทีเดียวนะ  และก็คงไม่ถึงกับฟิตกล้ามจนตัวล่ำบึ้ก หรอก ไม่อย่างนั้นคงถูกหนุ่ม ๆ เมินเอาโทษฐานดูไม่อ้อนแอ้นสมกับเป็นผู้หญิง เอาเป็นว่าแค่จะเฟิร์มหุ่นให้กล้ามขึ้นนิด ๆ ก็แล้วกัน แต่หากใครไม่รู้ว่าจะฟิตกล้ามไปทำไม ก็ลองอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์

 

      ที่มีคำตอบให้เราแล้วว่าการเล่นกล้ามน่ะให้อะไรดี ๆ มากกว่าแค่ความฟิตนะจ๊ะ

 

คุณจะดูเป็นผู้หญิงบึกบึนขึ้น

 

                เอ๊ะ !  ‘บึกบึน’ นี่ดูไม่น่าจะเป็นข้อดีเลยนะ แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยการมีกล้ามเนื้อก็ทำให้เราดูเป็นผู้หญิงสุขภาพดีไม่ขี้โรคละกัน

คุณจะฝ่ามือที่ดูเซ็กซี่กว่าเดิม 

 

              การยกดัมเบล และเล่นเวทเป็นประจำทุกวันทำให้สาว ๆ มีฝ่ามือที่ดูเซ็กซี่ขึ้น เพราะเนื้อที่หลังฝ่ามือจะดูเป๊ะเลยล่ะ ! แต่ข้อเสียก็มีอยู่นิดหน่อยคือ อาจทำให้ฝ่ามือด้านขึ้น แต่ถ้าฝ่ามือด้านแล้วทำให้หุ่นแซ่บสมใจ แล้วจะต้องแคร์ด้วยเหรอว่าผู้ชายเห็นแล้วไม่กล้าขอเราจับมือ แต่ถ้าใครไม่อยากให้ฝ่ามือด้านก็ลองทาแฮนด์ครีมบ่อย ๆจะช่วยให้มือกลับมานิ่มเหมือนเดิมได้

เมื่อใส่ยีนส์แล้วก้นเด้งอย่างแรง น่ามองมาก !

 

                บั้นท้ายงามงอนเซ็กซี่ยามใส่กางเกงยีนส์นี่ถือเป็นรางวัลของความขยันที่คนฟิตกล้ามสมควรจะได้รับอย่างมาก และจะต้องรู้สึกภูมิใจมากไปกว่านี้ถ้ารู้ว่าหนุ่ม ๆ มีอาการแอบเหลียวมองกันบ้างในยามที่เราเดินผ่านไป

คุณจะมีระบบเผาผลาญเป็นเลิศ

 

                ถูกต้องนะคร้า ! ข้อดีของการเฟิร์มหุ่นมันก็อยู่ตรงนี้ด้วย ในเมื่อทั้งตัวกลายเป็นกล้ามเนื้อไปหมดแบบนี้ กินเท่าไรร่างกายก็งัดออกมาเผาผลาญจนหมด ไม่เหลือเป็นไขมันส่วนเกินอยู่แล้ว

คุณจะไม่มีปัญหาเรื่องท่ายากบนเตียง

 

                ข้อนี้ก็ต้องแล้วแต่คนด้วยนะ แต่ถ้าจะให้พูดรวม ๆ ละก็ถือว่ามีส่วนเป็นข้อดีเหมือนกัน เพราะส่วนหนึ่งร่างกายของเราจะมีความยืดหยุ่นดีอยู่แล้ว พอทำท่ายาก ๆ ก็ไม่ค่อยมีอาการปวดเมื่อยตามมาสักเท่าไร อิอิ

คุณจะดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

 

              แน่นอนว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นกันบ้าง เพราะถ้าพยายามฟิตกล้ามอย่างหนักแต่ยังไม่ดูดีขึ้นก็คงไม่ไหวนะ  และถ้าตอนนี้มีหุ่นเฟิร์มสวยผิดหูผิดตาแล้วก็ควรพยายามรักษามาตรฐานตรงนี้ไว้ให้ดี

คุณจะมีแรงหยิบจับอะไรมากขึ้น

 

                การมีกล้ามก็ทำให้เรามีเรี่ยวมีแรงทำบางอย่างได้สบาย ๆ มากขึ้น เช่น ถือของหนักได้สบายมากขึ้น โหนรถเมล์ได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกเมื่อย หรือแม้แต่การเปิดฝาอาหารกระป๋อง เป็นต้น

คุณจะเป็นที่จดจำของใคร ๆ

 

 

                การฟิตหุ่นจนรูปร่างดีมีกล้ามสมใจก็ใช่ว่าคุณจะรับรู้ได้แต่เพียงผู้เดียวนะ แต่ใคร ๆ ก็สามารถสังเกตเห็นได้ว่าคุณหุ่นดีขึ้น ผิวสวยขึ้น มีอารมณ์แจ่มใส ร่าเริงมากขึ้น รวมถึงมีไฟในการทำงานมากกว่าเดิม แบบนี้เป็นใครใครก็อยากจำ

ใส่อะไรก็สวย

 

                ต่อให้เราเล่นกล้ามจนตัวแน่นไปหมด ดูตัวใหญ่กว่าผู้หญิงทั่วไป แต่ไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายแล้วบอดี้ของความเป็นผู้หญิงก็ยังดึงดูดใจชายหนุ่มอยู่เสมอ  โดยเฉพาะถ้าได้ลองลุกขึ้นมาแต่งตัวแล้วเชื่อว่าพวกหนุ่ม ๆ ต้องตกตะลึงกันเลยทีเดียว ดังนั้นหากสาว ๆ อยากเพิ่มความเซ็กซี่ชวนน่าลุ่มหลงละก็ ต้องฟิตหุ่นให้เฟิร์มเข้าไว้นะจ้ะ

ผู้ชายนิสัยแย่ไม่กล้าเข้ามาแหยม

 

                แม้ว่าผู้หญิงมีกล้ามอาจดูเป็นแม่สาวนักเลงโตจนหนุ่ม ๆ ไม่กล้าซ่ากับเรา แต่ก็เป็นข้อดีนะที่จะช่วยกันพวกหนุ่ม ๆ นิสัยแย่ออกไปจากชีวิตด้วยลุคแม่สาวนักกีฬานี่แหละ ดังนั้นหากใครที่ต้นแขนและต้นขาอวบอ้วนดูตันไปหมด ก็รีบหาวิธีทำให้ดูกระชับขึ้นอีกสักนิดจะได้ดูน่าเกรงขามบ้าง

 


แม้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่อยากให้ตัวเองเป็นสาวหุ่นอ้อนแอ้น ตัวไม่หนา จึงมองข้ามเรื่องการเล่นกล้ามไป แต่ความจริงแล้วการเฟิร์มกล้ามเนื้อ การมีกล้ามเนื้อนอกจากจะช่วยเบิร์นไขมันได้มากกว่าเดิมแล้ว คุณจะดูเซ็กซี่น่ามองมากขึ้นจริง ๆ นะ  ถ้าไม่เชื่อลองเริ่มฟิตหุ่นดูตั้งแต่วันนี้เลยจ้า

 

 

ออกกำลังกาย